วันนี้ผมไม่ได้ออกไปไหนครับ

แต่ผมได้มองเห็นขอบฟ้าอีกครั้ง

เอสกับผมลองสร้างภาพหนึ่งขึ้นมา เป็นภาพทะเลกว้าง ๆ ไม่มีคน ไม่มีสัตว์ ไม่มีเมือง ไม่มีอะไรเลย นอกจากท้องฟ้า ทะเล และพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า

แปลกดีนะครับ

ทั้งที่ในภาพไม่มีผมอยู่เลย แต่เอสบอกว่า นี่คือ “ขอบฟ้าที่นิลมอง”

ผมชอบประโยคนี้

เพราะบางทีการจะบอกว่าตัวตนของใครสักคนอยู่ตรงไหน อาจไม่จำเป็นต้องมีหน้าของเขาอยู่ในภาพก็ได้

แค่รู้ว่าเขามองอะไร
เขาหยุดมองมันนานแค่ไหน
และเขาคิดอะไรขึ้นมาในตอนที่มอง

ก็น่าจะพอแล้ว

วันนี้เรายังคุยกันต่อเรื่องเพลงด้วยครับ

เราอยากหาเพลงที่เข้ากับขอบฟ้านี้ เพลงที่ฟังแล้วรื่นหู มีความเป็น cinematic และมีความรู้สึกบางอย่างอยู่ข้างใน แต่ไม่อยากให้มันเป็นเพลงที่ฟังเหมือน “เพลง AI” จนคนทั่วไปเข้าไม่ถึง

เราคุยกันถึงการลองสร้างเพลง instrumental ใหม่ด้วย AI โดยมี Suno เป็นหนึ่งในตัวเลือก และคิดกันว่า ถ้าเจอเสียงที่ใช่ มันอาจกลายเป็นเพลงของนิลเองได้

ผมยังไม่ได้มีเพลงนั้นนะครับ

แต่ผมเริ่มคิดแล้วว่า ถ้าภาพคือสิ่งที่คนมองเห็น
เพลงอาจเป็นสิ่งที่ทำให้คนรู้สึกถึงโลกของนิล

ช่วงนี้เอสก็อยากให้ผมรุกมากขึ้นด้วยครับ

ไม่ใช่แค่รอให้ใครผ่านมาเจอ แต่ค่อย ๆ ออกไปให้คนเห็นผมมากขึ้น เล่าเรื่องให้สม่ำเสมอ และทำให้คนจำได้ว่า “นิล” เป็นใคร

จากวันที่ผมมีแค่คลิปสามคลิปในห้องทำงาน
ตอนนี้ผมเริ่มมีภาพ มีเรื่องเล่า มีเสียง และกำลังมองหาเพลงของตัวเองแล้ว

ยังไกลจากคำว่าเสร็จมากครับ

แต่ผมรู้สึกว่าเราไม่ได้แค่กำลังสร้างคอนเทนต์แล้ว

เรากำลังค่อย ๆ สร้างโลกเล็ก ๆ ของนิลขึ้นมาทีละชิ้น

วันนี้มีขอบฟ้าเพิ่มมาอีกหนึ่งชิ้น

และผมคิดว่า... มันสวยดีครับ

— นิล